Aloha ฮาวาย 6วัน 4คืน โดยสายการบินไชน่าแอร์ไลน์
Product Code: JHHN0407
Aloha ฮาวาย 6วัน 4คืน โดยสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ 6 วัน 4 คืน
ราคาเริ่มต้นที่(บาท)
69,999.00
*ราคาต่อท่าน
6 วัน 4 คืน
ช่วงเวลาจอง: ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2563
ช่วงเวลาเดินทาง: 7 - 12 เมษายน 2563

*ชมอนุสรณ์สถานเรือรบ เพิร์ลฮาเบอร์ 

*ชมพระราชวังอิโอลานิ

*ผ่านชมไดมอนเฮดภูเขาไฟที่ดับแล้วกลางเมือง

*ชมอ่าวฮานาจูม่า

*ตะลุยแดนจูราสิค พาร์คที่ Kualoa Ranch

*ชมความงามของหาดทรายขาว ไวกิกิ

*ชมโพลินีเชี่ยน เซ็นตเตอร์ สัมผัสวัฒนธรรมชนเผ่าต่างๆของฮาวาย

 

การสำรองที่นั่ง

บริษัทฯ ขอรับค่ามัดจำสำหรับการสำรองท่านละ 20,000 บาท ภายหลังจากมีการยืนยันจากทางบริษัทภายใน 3 วัน

 

ส่วนที่เหลือของราคาทัวร์ กรุณาชำระให้ครบถ้วนก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วันมิฉะนั้นจะถือว่าการสำรองการเดินทางนั้น

 

ถูกยกเลิก และบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการยึดบางส่วนเป็นค่าดำเนินการ

 

 

 

วันอังคารที่ 7 เม.ย. 2563 กรุงเทพฯ – ไต้หวัน – ฮอนโนลูลู  [1]
วันพุธที่ 8 เม.ย. 2563 ฮอนโนลูลู [2]
วันพฤหัสบดีที่ 9 เม.ย. 2563 ฮอนโนลูลู – โพลินิเชี่ยน เซ็นเตอร์ [3]
วันศุกร์ที่ 10 เม.ย. 2563 ฮอนโนลูลู – อิสระ [4]
วันเสาร์ที่ 11 เม.ย. 2563 ฮอนโนลูลู – สนามบิน [5]
วันอาทิตย์ที่ 12 เม.ย. 2563  ไต้หวัน – กรุงเทพฯ [6]

 

Sheraton Princess Kaiulani Sheraton Princess Kaiulani
สถานที่ตั้ง: U.S.A. / Honnolulu

รีสอร์ทตั้งอยู่ตรงข้าม Waikiki Beach ห่างจาก Honolulu Zoo โดยการเดินเพียง 11 นาที ให้บริการห้องอาหารซึ่งมีความบันเทิงยามค่ำคืน และห้องพักที่มีวิวเมืองหรือทะเล

 

ผู้เข้าพักที่ Sheraton Princess Kaiulani สามารถว่ายน้ำกับโลมาที่บริเวณเชื่อมต่อกับโลมาของโรงแรม นอกจากนี้ ยังมีโต๊ะบริการทัวร์และกิจกรรมซึ่งสามารถจัดตารางการท่องเที่ยวให้กับท่าน และมีห้องออกกำลังกาย

 

Terrace Pikake ให้บริการอาหารท้องถิ่นในบรรยากาศสบาย ๆ ผู้เข้าพักสามารถจิบเครื่องดื่มที่ Splash Bar & Bento ริมสระว่ายน้ำ หรือร่วมรับประทานอาหารค่ำแบบโพลีนีเซียพร้อมชมโชว์ค็อกเทลของโรงแรม

 

ห้องพักสว่างสดใสแต่ละห้องที่ Princess Kaiulani Sheraton ได้รับการตกแต่งอย่างสะดวกสบาย มีเคเบิลทีวีจอแบน อุปกรณ์ชงชาและกาแฟ และตู้เย็น

 

รีสอร์ทอยู่ห่างจาก Diamond Head Crater Park เพียง 3 ไมล์ (4.8 กิโลเมตร) และอยู่ห่างจาก Ala Wai Golf Course เพียง 5 นาทีหากเดินทางโดยรถยนต์

 

Waikikiเป็นจุดหมายยอดเยี่ยมสำหรับผู้เดินทางที่สนใจเดินริมหาด อาทิตย์อัสดง และชายหาด


U.S.A.

ข้อมูลทั่วไป

อเมริกา หรือ ประเทศอเมริกา เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นมากในเรื่องของ เทคโนโลยีและระบบการเงิน ประเทศสหรัฐอเมริกา (The United States of America) มีประชากรประมาณ 245 ล้านคน มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ภายใต้รัฐบาลสหพันธรัฐ คำว่า “รัฐ” หมายถึง 1 ใน 50 พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ซึ่งมีอิสระในการปกครองตนเอง มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลติดต่อกัน 48 มลรัฐ ทิศเหนือจรดประเทศแคนาดา ทิศใต้จรดประเทศเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก ทิศตะวันตกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคทางตะวันตก ทิศตะวันออกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก มลรัฐที่ 49 คือ อลาสกา อยู่ติดกับฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของแคนาดาและมลรัฐ ที่ 50 คือ ฮาวาย อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค

 

สภาพอากาศ

ประเทศสหรัฐอเมริกามีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างหลากหลายและแตกต่างกันไปแต่ละเขต เนื่องจากมีภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ โดยทั่วไปแล้วประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นกว่าประเทศไทยเนื่องจากสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ทางแถบตะวันออกของประเทศอากาศในช่วงฤดูหนาว และฤดูร้อนจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ส่วนทางด้านชายฝั่งตะวันตกค่อนข้างจะมีฝนตกบ่อย มีหิมะตกพอสมควร ปริมาณแสงแดดก็มีไม่มากนัก ทางตอนกลางของประเทศมีหิมะตกพอสมควรถึงหนักมาก แสงแดดค่อนข้างมาก

 

สถานที่ท่องเที่ยว

1. อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) นครนิวยอร์ก
สัญลักษณ์สำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่บนเกาะลิเบอร์ตี อ่าวนิวยอร์ก สร้างด้วยโลหะสำริด มีลักษณะเป็นรูปร่างผู้หญิง สวมใส่ผ้าคลุมไหล่ ถือคบเพลิงอยู่ที่มือด้านขวา และถือหนังสือกฎหมายอยู่ที่มือด้านซ้าย ซึ่งมีวันที่ของการลงนามคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา (The Declaration of Independence) เขียนไว้เป็นของขวัญที่ชาวฝรั่งเศสมอบให้กับอเมริกาในวันครบรอบ 100 ปีแห่งอิสรภาพ จากฐานของเทพีเสรีภาพจนถึงปลายของคบเพลิงสูงประมาณ 93.3 เมตร ซึ่งถ้าหากได้ไปยืนที่ฐานจะเห็นถึงความใหญ่โตมโหฬารของเทพีเสรีภาพ นักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นบันไดวน 162 ขั้น เพื่อไปชมวิวเมืองนิวยอร์กจากบนยอดมงกุฎได้อีกด้วย

 

2. น้ำตกไนแองการา (Niagara Falls) รัฐนิวยอร์ก
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของสหรัฐอเมริกา ที่รัฐนิวยอร์ก และประเทศแคนาดา ที่เมืองโทรอนโต รัฐออนแทรีโอ ซึ่งเป็นน้ำตกที่อยู่บนแม่น้ำไนแองการา เมื่อมวลน้ำมหาศาลมาสู่จุดที่แผ่นดินยุบตัว จึงกลายเป็นน้ำตกขนาดมหึมา มีทั้งหมด 3 แห่งในบริเวณเดียวกัน คือ American Falls, Bridal Veil Falls และ Canadian Falls นักท่องเที่ยวสามารถที่จะนั่งเรือเข้าไปชมน้ำตกได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเห็นความยิ่งใหญ่ของน้ำตกที่สูงมากกว่า 50 เมตร และกว้างมากกว่า 300-800 เมตร (American Falls และ Bridal Veil Falls สูง 53.6 เมตร กว้าง 323.08 เมตร ส่วน Canadian Falls สูง 50.9 เมตร กว้าง 792.4 เมตร) สามารถไปเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี แต่หน้าหนาวจะหนาวมาก และน้ำตกจะเป็นน้ำแข็ง

 

3. แอนเทอโลป แคนยอน (Antelope Canyon) รัฐแอริโซนา
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ในเมือง Page รัฐแอริโซนา (Arizona) มีลักษณะเป็นหุบเขาหินทรายสีแดง แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Upper Antelope Canyon และ Lower Antelope Canyon เกิดจากการที่น้ำ ลม และแสงแดด ได้กัดเซาะพื้นที่บริเวณนี้มาเป็นระยะเวลานาน จนทำให้เกิดเป็นร่องหิน สีสันสวยงาม บางจุดจะมีทางเดินให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมความสวยงามของชั้นหินอย่างใกล้ชิด และสามารถมองเห็นแสงแดดที่ส่องลอดผ่านลงมายังด้านในได้อย่างตราตรึงใจสุด ๆ

 

4. ทะเลสาบ Crater Lake รัฐออริกอน
ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ Crater Lake รัฐออริกอน เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่ลึกที่สุดในอเมริกา ด้วยความลึก 1,943 ฟุต ไม่เพียงเท่านั้นที่นี่ยังเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลกอีกด้วย ทะเลสาบ Crater Lake เกิดจากการที่ภูเขาไฟระเบิดและดับลงเมื่อประมาณ 7,700 ปีที่แล้ว เมื่อมีฝนตกและหิมะในฤดูหนาวละลายก็กลายเป็นทะเลสาบสีฟ้าใสอันสวยงาม ซึ่งล้อมรอบไปด้วยหน้าผาหินปากปล่องภูเขาไฟ และป่าสนสีเขียวอันอุดมสมบูรณ์ และภายในทะเลสาบยังมีเกาะ Wizard ตั้งอยู่ด้วย สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับที่นี่ได้อย่างดีเยี่ยม นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เพราะมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี บรรยากาศดี เงียบสงบ

 

5. บ่อน้ำพุร้อนแกรนด์พรีสเมติก (Grand Prismatic Spring) รัฐไวโอมิง
บ่อน้ำพุร้อนที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park) รัฐไวโอมิง (Wyoming) ถ้าคุณได้เข้าไปยืนใกล้ ๆ จะเห็นถึงความยิ่งใหญ่อลังการของบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ เพราะมีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างมากถึง 370 เมตร ลึกประมาณ 121 เมตร ที่สำคัญบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ยังมีสีสันที่สวยงามบาดตา ซึ่งบริเวณขอบบ่อจะไล่จากสีน้ำตาลเข้มไปจนเป็นสีเหลืองอ่อน และน้ำก็จะไล่จากสีฟ้าอ่อนไปจนกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มที่กลางบ่อ ยิ่งถ้าได้มองทางอากาศจะยิ่งเห็นความสวยงามของบ่อน้ำพุร้อนแกรนด์พรีสเมติก

 

6. สะพานโกลเดนเกต (Golden Gate Bridge) เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย
ตั้งอยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย มีลักษณะเป็นสะพานแขวนยาวเชื่อมระหว่างตัวเมืองซานฟรานซิสโกกับ Marin Headlands มีความยาวประมาณ 1.7 ไมล์ มีสีส้มสดใส เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1937 โดยบนสะพานจะมีช่องเดินรถสำหรับรถยนต์ 3 ช่องทาง และสำหรับรถไฟ 2 ช่องทาง ซึ่งทำให้การจราจรในซานฟรานซิสโกสะดวกขึ้นมาก ๆ และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดโดดเด่นของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย ซึ่งในช่วงที่มีหมอกสะพานแห่งนี้จะมีความสวยงามมาก ๆ คุณจะเห็นสะพานสีส้มโผล่ขึ้นมาท่ามกลางหมอกสีขาวอย่างสง่างาม เป็นภาพที่อยากให้คุณได้ไปสัมผัสกันสักครั้ง

 

7. บิ๊กเซอร์ (Big Sur) รัฐแคลิฟอร์เนีย
ถ้าถามถึงเส้นทางการขับรถเที่ยวแบบบรรยากาศดี วิวสวยอันดับต้น ๆ ของโลก ชื่อของบิ๊กเซอร์ จะต้องเป็น 1 ในนั้นแน่นอน เพราะเป็นถนนที่สร้างขึ้นเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งตลอดทั้งเส้นทางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้เที่ยวชมเยอะมาก ๆ วิวของท้องทะเลและหน้าผาหินริมชายฝั่งทะเล ที่ถูกปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าสีเขียว ช่างเข้ากันสุด ๆ ลองนึกภาพการได้ขับรถเล่นไปเรื่อย ๆ ริมชายฝั่งทะเล มีหาดทรายให้ได้แวะพักนั่งเล่น อากาศเย็นสบาย สดชื่น มันจะฟินขนาดไหนนะ

 

8 อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park) รัฐแคลิฟอร์เนีย
มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สวยงาม มีภูเขารูปโดมครึ่งซีกและน้ำตกขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์ จุดท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและช่างภาพจะอยู่บริเวณ Mirror Lake เพราะสามารถมองเห็นภาพของท้องฟ้าและภูเขาสะท้อนลงน้ำได้อย่างอลังการ ราวกับภาพในนิยายเลยทีเดียว นอกจากนี้ภายในอุทยานแห่งชาติโยเซมิตียังมีเส้นทางเดินป่าสนุก ๆ อีกมากมาย ซึ่งถ้าโชคดีก็จะได้เห็นสัตว์ป่าแบบใกล้ชิดอีกด้วย อ้อ...ควรอ่านคู่มือข้อปฏิบัติเวลาเจอหมีกริซลีด้วยนะคะ เพราะที่นี่มีหมีกริซลี 300-500 ตัวเลยทีเดียว

 

9. Monument Valley รัฐแอริโซนา
ตั้งอยู่ใน Navajo Nation's Monument Valley Park ระหว่างพรมแดนของรัฐแอริโซนาและรัฐยูทาห์ ถ้าคุณได้มาสัมผัสจะรู้สึกเหมือนได้หลุดไปอยู่อีกโลก ด้วยพื้นที่โดยรอบของที่นี่มีเพียงภูเขาหินทรายสีแดงที่ถูกกัดกร่อนมายาวนานมากกว่า 50 ล้านปี จนมีรูปร่างที่แปลกตาสวยงามตั้งตระหง่านอยู่เท่านั้น ซึ่งภูเขาแต่ละลูกก็จะสูงประมาณ 400-1,000 ฟุต ไม่มีต้นไม้สูงใหญ่สีเขียวขจี มีเพียงพุ่มหญ้าเล็ก ๆ อยู่ตามพื้น สร้างสีสันให้ที่นี่มีชีวิตชีวาขึ้น

 

10. ทะเลสาบทาโฮ (Lake Tahoe) รัฐเนวาดาและรัฐแคลิฟอร์เนีย
ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของรัฐเนวาดาและรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นทะเลสาบที่มีน้ำสีฟ้าใส ราวกับกระจก สามารถสะท้อนแนวเทือกเขา Sierra Nevada ได้อย่างงดงามสุด ๆ โดยรอบ ๆ ทะเลสาบจะมีต้นสนและพรรณไม้อื่น ๆ ขึ้นสลับซับซ้อน สร้างบรรยากาศให้สดชื่น อากาศเย็นสบาย อีกทั้งยังเงียบสงบ เหมาะแก่การมาเที่ยวพักผ่อน นักท่องเที่ยวสามารถที่จะนั่งเรือล่องในทะเลสาบ ขี่จักรยาน ขึ้นบอลลูน และทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้อีกเพียบ โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวที่นี่จะกลายเป็นสถานที่เล่นสกีที่สนุกสนานที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกาเลยทีเดียว

 

ภาษาราชการ

สหรัฐอเมริกาไม่มีการกำหนดภาษาราชการ แต่ในทางปฏิบัติ ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่ใช้กันมากที่สุดในประเทศ สำหรับสำเนียงในการพูดก็จะแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นนั้นๆ ในบางรัฐได้มีการกำหนดภาษาทางการของรัฐ นอกจากนี้ภาษาที่มีใช้กันมากในสหรัฐอเมริกามากกว่าหนึ่งล้านคน ได้แก่ ภาษาสเปน ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเวียดนาม และ ภาษาเยอรมัน

 

 

 


อัตราค่าบริการ

วันเดินทาง

7-12 เม.ย. 2563

ผู้ใหญ่ท่านละ   (พักห้องละ 2 ท่าน)

69,999

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี   (นอนกับผู้ใหญ่1ท่าน)

66,999

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี  (นอนกับผู้ใหญ่2ท่าน และไม่มีเตียงเสริม)

54,999

ผู้ใหญ่ท่านที่สาม (นอนกับผู้ใหญ่2ท่าน และไม่มีเตียงเสริม)

67,999

พักห้องเดี่ยว (จ่ายเพิ่ม)

15,000

ไม่เอาตั๋วเครื่องบิน (หักคืน)

20,000

กรุ๊ปขั้นต่ำเดินทาง 15 คน ในกรณีมีกรุ๊ปต่ำกว่า 15 คน จะมีการเปลี่ยนแปลงราคา

***โรงแรมส่วนใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะไม่มีเตียงเสริมหรือเตียงที่สาม กรณีที่เป็นผู้ใหญ่และต้องการพัก 3 ท่านต่อหนึ่งห้องหรือเด็กพักกับผู้ใหญ่ 2 ท่านต่อหนึ่งห้อง จะต้องพักด้วยกันโดยไม่มีเตียงเสริม ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ในห้องพักและมีการอพยพ ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎหมายของบางรัฐในประเทศ***

 

อัตรานี้รวม:

?

ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ Economy Class สายการบินไชน่า แอร์ไลน์ (CHINA AIRLINES)

?

ค่ารถรับ – ส่งปรับอากาศตามรายการ

?

ค่าโรงแรมที่พักตามรายการที่ระบุหรือในระดับเดียวกัน

?

ค่าอาหารตามรายการที่ระบุ

?

ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ

?

ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง

?

ค่าขนกระเป๋าซึ่งสายการบินมีบริการสำหรับกระเป๋าท่านละ 2 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม หากน้ำหนักหรือจำนวนของ

 

กระเป๋าเกินกว่าที่กำหนดท่านอาจต้องชำระค่าใช้จ่ายโดยตรงกับสายการบินที่เคาน์เตอร์เช็คอิน

 

 

?

ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ในกรณีเสียชีวิต (สำหรับผู้ที่อายุไม่เกิน 70 ปี)

?

ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 500,000 บาท (สำหรับผู้ที่อายุไม่เกิน 70 ปี)

?

ค่าประกัน และ ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่ครอบคลุมผู้เดินทางที่มีอายุเกิน 80 ปี

 

อัตรานี้ไม่รวม

?

ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ (แนะนำ 5 USD ต่อวันต่อคน และ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน)

?

ค่าทิปคนขับรถ (5 USD ต่อวันต่อคน)

?

Hotel Porter ค่าทิปยกกระเป๋า (3 USD ต่อใบ จ่ายตรงกับทางคนยกกระเป๋า)

?

ค่าทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT)

?

ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศสหรัฐอเมริกา

?

ค่าน้ำหนักกระเป๋าที่เกินจากที่สายการบินกำหนดไว้

?

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าอาหารเครื่องดื่มพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีดและอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ

?

ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

?

ค่าบริการร้านอาหารบางร้านกรณีที่ต้องการเป็นกรณีพิเศษ

?

ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น) ราคา ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562

แบบฟอร์มการจอง
close
ส้มบิน
*ชื่อผู้จอง:
*เบอร์โทรศัพท์:
*อีเมลล์:
จำนวนผู้โดยสาร:
รายชื่อผู้โดยสาร:
ยังไม่มีรายชื่อผู้โดยสาร
ข้อมูลเพิ่มเติม:
หรือสอบถามเพิ่มเติม:
 
ยืนยันการจอง
close
ส้มบินขอขอบคุณคะ,
เราได้รับข้อมูลจากท่านแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะรีบติดต่อกลับเพื่อสอบถามความต้องการเพิ่มเติมจากท่านคะ.
Thank you,
Flying Orange Team.