แพคเกจดานัง บานาฮิลล์ 3 วัน 2 คืน
Product Code: FO-DABA01
แพคเกจดานัง บานาฮิลล์ 3 วัน 2 คืน 3 วัน 2 คืน
ราคาเริ่มต้นที่(บาท)
10,900.00
*ราคาต่อท่าน
3 วัน 2 คืน
ช่วงเวลาจอง: ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2562
ช่วงเวลาเดินทาง: ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2563

แพคเกจดานัง บานาฮิลล์ 3 วัน 2 คืน

 

ราคาเริ่มต้น 10,900 บาท/ท่าน

 

 

อัตราค่าบริการรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดสายการบินบางกอกแอร์เวย์
  • ที่พัก 2 คืน พร้อมอาหารเช้า พักห้องละ 2 ท่าน
  • อาหารตามที่ระบุในรายการ  
  • ไกด์ท้องถิ่น ภาษาไทย

โปรแกรมการเดินทาง

 

วันแรก        ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยเที่ยวบิน PG947 เวลา 11.00น. เดินทางถึงเมืองดานัง  ประเทศเวียดนาม 12.45น. ตามเวลาท้องถิ่น รถรับจากสนามบิน นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ให้ท่านพักผ่อนอิสระตามอัธยาศัย  พักค้างคืน ณ โรงแรมที่พัก Gicland Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สอง      บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ บานาฮิลล์ สถานตากอากาศที่ดีที่สุดในเวียดนามกลาง ถูกค้นพบในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองเวียดนาม นำท่านขึ้นสู่ยอดเขาโดยนั่งกระเช้าไฟฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก ให้ท่านอิสระตามอัธยาศัย  บริการรวมอาหารกลางวัน และ พิเศษอาหารเย็นแบบ BBQ buffet at Beer Plaza  พักค้างคืน ณ โรงแรมที่พักในบานาฮิลล์ French Mercure Village

 

วันที่สาม    เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก อิสระตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินดานัง ออกเดินทางจากดานังเวลา 18.55น. เที่ยวบินที่ PG998  เพิ่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพ ฯ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 20.50น. โดยสวัสดิภาพ

 

ไฮไลท์แนะนำ !!!!  

  • Golden Bridge (สะพานลอยฟ้าโกลเด้น) สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา  เป็นจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดเมื่อมาถึงบานาฮิลล์ ที่เป็นสะพานลอยฟ้าริมหน้าผาที่สวยที่สุดของโลกในตอนนี้ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร ความยาว 150 เมตร ยังสามารถมองเห็นวิวสวย ๆ เบื้องล่างได้อีกต่างหาก แถมยังมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น โดยตัวสะพานมีสีเหลืองทองที่อยู่ในรูปปั้นมือยักษ์คล้ายกับยกชูสะพานไว้ สร้างความแตกต่างจากสะพานอื่นทั่วไปได้ดีเยี่ยม
  • French Village เป็นหมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศสสมัยยุคกลางบนยอดเขา ซึ่งมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก โบสถ์ ร้านขายของที่ระลึก เรียกได้ว่าเป็นฝรั่งเศสย่อม ๆ ในเอเชียตะวันออกเลยทีเดียว
  • สวนดอกไม้ Le Jardin d’Amour เป็นสวนสวยสไตล์ฝรั่งเศสกลางหุบเขา แบ่งออกทั้งหมด 9 สวน ซึ่งแต่ละสวนจะมีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันออกไป เต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายชนิดและสีสันที่สามารถเห็นได้ตลอดทั้งปี
  • Fantasy Park หรือ Disney Vietnam  สวนสนุกในร่ม โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายที่มีชื่อเสียงของนักเขียนชาวฝรั่งเศส “Jules Verne”  เรื่อง Journey To The Center of the Earth และ 20,000 Leagues Under The Sea  นักท่องเที่ยวจะได้เดินเข้าสู่ป่าในเทพนิยาย ผ่านสวนไดโนเสาร์ ได้พิชิตหอคอยสูงกว่า 29 เมตร พร้อมด้วยภาพยนตร์ระบบ 3D, 4D และ 5D สุดทันสมัย และเกมตู้ ฯลฯ รวมถึงยังมีรถเลื่อน (Luqe) ให้ได้ขับชมวิวสวยๆ ของบานาฮิลล์ได้ด้วย
  • โรงไวน์ Debay Wine Cellar โรงบ่มไวน์ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ที่นี่ถูกสร้างขึ้นให้เป็นห้องเก็บไวน์ที่อยู่ลึกลงไปเกือบ 100 เมตร และไวน์ที่นี่ได้ถูกเก็บรักษาไว้ในระดับอุณหภูมิ 16 – 20 องศา ใครที่ชอบดื่มไวน์ บอกได้เลยว่าที่นี่มีไวน์รสชาติเยี่ยมรอคุณอยู่
  • Alpine Coaster รถไฟเหาะขนาดเล็ก ไฮไลท์เด็ดอีกหนึ่งที่ของบานาฮิลล์ ที่ไม่ควรพลาด เครื่องเล่นนี่สามารถนั่งได้ 2 คน ผู้เล่นสามารถควบคุมได้ว่าจะให้ช้าหรือเร็วได้ด้วยตัวเอง นอกจากนั้นสิ่งที่น่าสนใจของเจ้าเครื่องเล่นนี้คือ ระหว่างที่รถเคลื่อนตัวไปตามรางผู้เล่นจะเห็นบรรยากาศของบานาฮิลล์แบบพาโนราม่า
  • วัด Linh Phong Tu เป็นวัดจีนที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงามตั้งอยู่บนบานาฮิลล์ โดยวัดนี้ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของยอดเขา  มีเจดีย์ 9ชั้นสีขาวที่โดดเด่น และหอระฆัง เมื่อเดินขึ้นมาจะพบกับวิวของบานาฮิลล์ทั้งหมดแบบ 360 องศา ที่นี่ถือว่าเหมาะอย่างมากที่จะขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน
  • Beer Plaza  จุดไฮไลท์เด็ดอีกหนึ่งที่ของบานาฮิลล์ถ้าคุณเป็นสายแอลกอฮอล์  คือ “Beer Plaza” โรงเบียร์ขนาดใหญ่ ที่มีความสูงถึง 3 ชั้น และเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 น. – 22.00 น.
Mercure Danang French Village Bana Hills Mercure Danang French Village Bana Hills
สถานที่ตั้ง: Vietnam / Da Nang

ที่พักยอดนิยมแห่งหนึ่งของเราในดานังMercure Danang French Village Bana Hills เป็นที่พักในรูปแบบหมู่บ้านยุโรปในสมัยศตวรรษที่ 19 และมีบริการรถเคเบิล ภายในโรงแรมมีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) ฟรี บริการบาร์บีคิว และศูนย์สปา ผู้เข้าพักสามารถอิ่มอร่อยได้ที่ห้องอาหารหรือจิบเครื่องดื่มที่บาร์

 

ห้องพักทุกห้องมีโทรทัศน์จอแบนระบบช่องสัญญาณเคเบิล บางห้องมีพื้นที่นั่งเล่นเพื่อการผ่อนคลายหลังดำเนินกิจกรรมมาแล้วทั้งวัน มีกาต้มน้ำในห้องพัก ห้องพักแต่ละห้องมีห้องน้ำส่วนตัวพร้อมอ่างอาบน้ำหรือฝักบัว รวมถึงเสื้อคลุมอาบน้ำและรองเท้าแตะ

 

ที่พักแห่งนี้มีแผนกต้อนรับพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์บริการธุรกิจ ร้านของที่ระลึกและร้านค้าต่าง ๆ

สนามบินที่อยู่ใกล้ที่สุดคือสนามบินนานาชาติ Da Nang International Airport ซึ่งอยู่ห่างจากที่พัก 22 กิโลเมตร


Vietnam
ข้อมูลทั่วไป
          ประเทศเวียดนามตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีนติดกับลาวและกัมพูชา ส่วนด้านตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้ เวียดนามเริ่มเป็นเป้าหมายที่มีชื่อเสียงอีกแห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับนักท่องเที่ยว เรื่องราวของสงครามเวียดนามในช่วง 1960s – 1970s ทำให้เวียดนามเป็นสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างแพร่หลาย นอกจากจะเป็นสถานที่ที่เริ่มเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวแล้ว การเมืองและเศรษฐกิจของเวียดนามก็มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นกัน
          ด้วยชายหาดที่สวยงามของเวียดนาม ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศแห่งนี้ ทั้งยังมีเมืองที่เต็มไปด้วยความคึกคักอย่าง ฮานอย(Hanoi) และ โฮจิมินห์ซิตี (Ho Chi Minh City) รวมถึงเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ดาลัด (Da Lat) นาตรัง (Nha Trang) เว้(Hue) ฮอยอัน (Hoi An) และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง(Mekong Delta)ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน เวียดนามเป็นประเทศที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสับสนวุ่นวายทางการเมือง หรือการเข้ามาแทรกแซงโดยต่างชาติ ถึงกระนั้นดินแดนแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยวัดสวยงาม รวมถึงพระราชวังต่างๆ ตั้งกระจายอยู่ทั่วเมือง โฮจิมินห์ซิตี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไซง่อน” ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเมืองหลวงของประเทศแต่เป็นเมืองที่มีความสำคัญ และเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โฮจิมินห์ซิตี ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดของประเทศ วิถีชีวิตเต็มไปด้วยตลาดริมถนนที่คึกคัก ร้านกาแฟ บาร์ และก็มากมายไปด้วยวัด เจดีย์โบราณ และศาลเจ้าจำนวนมาก ส่วนฮานอยเมืองหลวงของเวียดนามตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศ ซึ่งภูมิอากาศจะค่อนข้างหนาวเย็นกว่าในโฮจิมินห์ซิตี พร้อมไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างในเมืองแห่งนี้
          เมืองเว้ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างเมืองใหญ่สองเมือง ริมแม่น้ำหอม (Perfume River) ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่เมืองเล็กๆแต่เว้ก็เป็นอีกเมืองที่มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยว เช่นเดียวกับฮอยอันซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ก็เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดหากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมโบราณ สำหรับชายหาดที่สวยงามนั้นตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ แต่ควรจะเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงต้นปีเพื่อหลีกเลี่ยงกับฤดูมรสุม หาดที่มีชื่อเสียงของเวียดนามได้แก่ หมี่เค(My Khe) มุยเน่ (Mui Ne)และ ห่อนชง (Hon Chong) ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวและการคมนาคม อีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวคือสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากโฮจิมินห์ รวมถึงพื้นที่ทางตอนเหนือของเวียดนามซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาก็สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปีนเขาอีกด้วย  
 
สภาพอากาศ
          สภาพภูมิอากาศของประเทศเวียดนามแต่ละภาคจะมีความแตกต่างกันมาก ทั้งๆที่ตั้งอยู่ในเขตร้อน แต่ก็ยังมีบางส่วนที่มีอากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะในเขตเทือกเขาทางตอนเหนือ ว่ากันว่าบางปีก็อาจได้เห็นหิมะกันด้วย เมืองที่มีอากาศหนาวเย็นที่รู้จักกันดีก็ คือ เมืองซาปา ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปสัมผัสกับความหนาวนั่นเอง สภาพภูมิอากาศของเวียดนามโดยรวม ๆ แล้ว มีลักษณะคล้ายประเทศไทย แต่จะได้รับอิทธิพลจากลมทะเลมากกว่าเนื่องจากมีชายฝั่งยาวจากภาคเหนือสู่ภาคใต้ จึงเกิดอุทกภัยจากลมมรสุมบ่อยกว่าประเทศไทย      
 
สถานที่ท่องเที่ยว
1. ทะเลสาบคืนดาบ (Ho Hoan Kiem) 
ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของเมืองเก่าฮานอยสำหรับนักเดินทางที่มาเยือนฮานอย ซึ่งไม่ได้มากับบริษัททัวร์ ส่วนใหญ่นิยมหาที่พักในบริเวณเมืองเก่า ที่เปรียบได้กับถนนข้าวสารของเมืองไทย นอกจากนั้นยังมีร้านจำหน่ายอาหารทั้งประเภทพื้นเมือง และเมนูตะวันตกมากมาย รวมถึงจำหน่ายของที่ระลึกก็มีให้เลือกเป็นของฝาก สำหรับทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาถึงว่าครั้งอดีตพระเจ้าเลไทโต ได้นำดาบวิเศษซึ่ง นำมาต่อสู้กับพวกหมิงจน สามารถปลดปล่อยประเทศให้อิสระแล้ว พระองค์ทรงลงเรือไปกลางทะเลสาบเพื่อคืนดาบ วิเศษให้กับเต่าศักดิ์สิทธิ์ และกล่าวกันว่าเต่าได้ ขึ้นมาฉกดาบไปจากหัตถ์ของพระองค์ แล้วหายไปในทะเลสาบ อันเป็นเหตุให้ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่า "ทะเลสาบคืนดาบ" หากมองเข้าไปกลางทะเลสาบจะเห็นเจดีย์โบราณโผล่ ขึ้นพ้นน้ำ สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 มีชื่อเรียกว่า ทาพรัว(Thao Rua) ซึ่งหมายถึงหอคอยเต่าและในปัจจุบัน ยังมีหลายคนบอกว่าเห็นเต่าขนาดใหญ่อยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ โดยเฉพาะในช่วงของเวลาเปลี่ยนฤดูกาล 
 
2. วัดหง๊อกเซิน( Ngoc Son) 
มีชื่อเป็นภาษาไทยว่า “วัดเนินหยก” อยู่ใจกลางกรุงฮานอย วัดตั้งอยู่ในทะเลสาบกลางเมืองมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวข้องกับชื่อกรุงฮานอย สามารถเดินข้ามจากฝั่งไปยังวัดได้ โดยอาศัยสะพานโค้งสีแดงสดใสที่รู้จักกันในชื่อ เทฮกหรือสะพานแสงอาทิตย์ ด้านปลายสุดของสะพานมีเสาหินรูปแปรงอยู่ถัดจากขวดหมึก มีอักษรจีนจารึกไว้ว่า “จารึกบนฟ้าคราม” ที่บนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ยังมีซากศาลาประชาคมหลังเล็ก ๆ ของหมู่บ้านอีกด้วย ชาวเวียดนาม เดินทางมาสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดแห่งนี้เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน
 
3. วิหารวรรณกรรม
หรือวันเหมียว สร้างในปี 1076 วิหารถูกเชื่อมต่อกับกว๊อกตื่อยาม ซึ่งเป็นโรงเรียนของพวกขุนนางและเป็น มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ ในสมัยราชวงศ์ตรันได้เปลี่ยนชื่อเป็น กว็อกฮ็อกเหวียนหรือวิทยาลัยแห่งชาติในปี1235 เมื่อสอบได้ในระดับท้องถิ่นแล้วนักเรียนที่ปรารถนาจะเลื่อนชั้นขึ้นเป็นขุนนางระดับสูง ก็จะมาเล่าเรียนวรรณคดี ปรัชญา ภาษาจีนโบราณ และประวัติศาสตร์ที่นี่
 
4. สุสานประธานาธิบดี โฮจิมินห์(Ho Chi Minh's mausoleum)
ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสบาดิงห์ (Ba Dinh SQUARE) ใจกลางกรุงฮานอย เป็นสถานที่ ที่เก็บร่างอันไร้วิญญาณของ อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ วีรบุรุษที่ชาวเวียดนามทั่วทั้งประเทศให้ความเคารพสุสานโฮจิมินห์เป็นอาคารทรงเรียบง่าย ซึ่งสร้างจำลองรูปแบบของสุสานเลนินในกรุงมอสโคว์ สหภาพโซเวียต เมื่อปี ค.ศ.1973 และทำพิธีเปิดเป็นทางการให้ประชาชนได้เข้าไปเคารพศพเมื่อปี ค.ศ.1975 ศพอาบน้ำยาของลุงโฮนอนสงบนิ่งคล้ายคนนอนหลับอยู่ภายในโรงแก้ว สุสานแห่งนี้ห้ามนำกล้องถ่ายรูปตลอดจนกระเป๋าสะพานเข้าไปในสุสานเด็ดขาด ภายในสุสานมีระบบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จึงไม่ควรส่งเสียงพูดคุย หรือหัวเราะเล่นกันในระหว่างเข้าชมเพื่อแสดงความเคารพและเป็นการให้เกียรติกับอดีตวีรบุรุษผู้นำคนสำคัญของชาวเวียดนาม
 
5. เจดีย์เสาเดียว (One Pillar Pagoda)
ตั้งอยู่ด้านหลังของสุสานประธานาธิบดีโฮจิมินห์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1049 สมัยราชวงศ์หลี เจดีย์ไม้ที่งดงามแห่งนี้ตั้งอยู่บนเสาเดียวอยู่กลางสระบัว สำหรับต้นไทรด้านหลังเจดีย์สาเดียวปลูกโดยท่านประธานาธิบดีเนห์รูแห่งประเทศอินเดีย ในปี ค.ศ.1958 ในระหว่างเดินทางมาเยือนประเทศเวียดนาม
 
6. พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Museum) 
ตั้งอยู่หลังสวนสาธารณะใกล้กับสุสานโฮจิมินห์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชม เมื่อปี ค.ศ.1990 เป็นอาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ ทันสมัยและมีการจัดการที่ดี ผู้เข้าเยี่ยมชมจะได้มีโอกาสสัมผัสเรื่องราวการต่อสู้เพื่อเอกราชตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาของวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ จนได้รับชัยชนะในการรวมประเทศเวียดนาม เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้
 
7. ถนนสายเก่า 
ถนนแห่งนี้มีทั้งหมด 36 สาย ซึ่งแต่ละถนนจะขายสินค้าเฉพาะอย่าง เป็นแหล่งขายของที่ระลึกและสินค้าพื้น เมืองที่ใหญ่ที่สุดของกรุงฮานอย เช่น ถนนผ้าไหม ถนนฝ้าย ถนนกระดาษ ถนนเครื่องเงิน ถนนน้ำตาล
 
8. โรงละครหุ่นกระบอกน้ำ (Municipal Water Puppets) 
การแสดงหุ่นกระบอกน้ำของเวียดนาม ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติทีเดียวและกำลัง จะสูญหายไปจากโลก หากไร้การสนับสนุนเนื่องว่าปัจจุบันนี้มีเพียงไม่กี่คณะเท่านั้นเอง การแสดงหุ่นกระบอก น้ำเริ่มต้น บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง จากการที่บริเซณนี้มีน้ำท่วมทุกปีจึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ในการคิดค้นการละเล่นแบบหนึ่งขึ้นมาเพื่อสร้างความบันเทิงในระหว่างที่น้ำท่วมเป็นเวลานาน สำหรับหุ่นกระบอกน้ำผู้แสดงจะอยู่หลังฉากซึ่งมีน้ำสูงถึงเอว เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นโดยใช้ไม้ไผ่ลำยาว แต่เทคนิคการเชิดจะได้รับการรักษาไว้เป็นความลับ แต่เชื่อเถิดว่าหากได้เห็นการเชิดจะทราบ ว่าน่ารักและวนติดตามมากแม้จะฟังไม่ออกก็ตาม ในโรงละครหุ่นกระบอกน้ำปัจจุบันยังคงแสดงครบทั้ง  12 องค์ มีเรื่องราวต่างๆ มากมายอันเป็นประเพณีและความเชื่อของชาวเวียดนาม 
 
9. อ่าวฮาลอง (Halong Bay) 
หรือ กุ้ยหลินเวียดนาม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเวียดนาม ชาวเวียดนามเรียกอ่าว ฮาลองว่า “วินห์ ฮาลอง” (VINH HA LONG)ในภาษาเวียดนามคำว่า“ฮาลอง”แปลว่า “มังกรร่อนลง” อ่าวฮาลองเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแห่งหนึ่งในโลกและด้วยความมหัศจรรย์ทาง ธรรมชาตินี้เอง องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้อ่าวฮาลองเบย์เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในปีค.ศ.1994 อ่าวฮาลองแห่งนี้กินเนื้อที่ 4,000 ตารางกิโลเมตร (1,500 ตารางไมล์) มีเกาะหินปูนน้อยใหญ่ กระจัดกระจาย มากกว่า 1,000 เกาะ ด้วยพลังคลื่นลมมหาศาล จากธรรมชาติกัดเซาะภูเขา หินปูนเหล่า นี้ต่อ เนื่องเนิ่นนานมาเป็นเวลานาน นับพันปี ภูเขาหินปูนรูปทรงประหลาดโผล่ขึ้นจากทะเลนับพันๆลูกเลย ทีเดียว อ่าวฮาลองแห่งนี้เคยโด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกจากภาพยนตร์ผรั่งเศส เรื่อง “อินโดจีน” (INDOCHINE) ซึ่งมีนักแสดงสาวชาวฝรั่งเศส คือ แคทเธอรีน เดอเนิฟ เป็นดารานำแสดง สถานที่ท่องเที่ยว ที่เวียดนามกลาง 
 
10. นิงห์บิงห์ (Ninh Binh) 
หรือที่เราเรียกกันว่า ฮาลองบก เป็นเมืองท่องเที่ยวทางตอนใต้ของเมืองฮานอย ที่เรียกกันว่า ฮาลองบก อาจจะเป็นเพราะว่าใต้พื้นน้ำที่เราล่องกันไปเนี้ย ในช่วงหน้าแล้ง มันก็คือ นาข้าว ที่ชาวบ้านเค้าทำกันปลูกข้าว นั่นเอง เรือที่ใช้ล่องนั้นสมัยก่อนจะเป็นเรือกระจาด เรือสาน รูปร่างกลมๆ แต่สมัยนี้ด้วยเทคโนโลยีที่ลุดหน้าเค้าเลยเปลี่ยนมาเป็นเรือสังกะสีแทน ในการล่องนั้นเราจะลอดผ่าน 3 ถ้ำด้วยกัน ด้วยเหตุนี้ท่าเรือที่ลงเรือจึงมีชื่อว่า ตามก๊ก (Tam Coc) แปลว่า ถ้ำสามแห่ง ในการล่องจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงได้ ดังนั้นการใช้มือพายอย่างเดียว คงจะไม่ไหว เลยมีการสลับเอาเท้าขึ้นมาพายแทน บ้างก็มือไม่ว่างต้องรับโทรศัพท์ เลยใช้เท้าพายแทน ซึ่งนับว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการมาล่องฮาลองบกนี้
 
ภาษาราชการ
ภาษาเวียดนาม
 
เวลา
เวียดนามใช้เวลา GMT+7 แบบไทย ทำให้เวลาที่เวียดนามไม่แตกต่างจากเวลาของประเทศไทย
 
สกุลเงิน
เวียดนามใช้สกุลเงินที่เรียกว่า “ดอง” (Dong, VND) ซึ่งเป็นเงินที่มีมูลค่าเงินค่อนข้างน้อย โดยจะสังเกตุได้จากธนบัตรนั้นจะมีจำนวนเงินค่อนข้างสูง โดยธนบัตรสูงสุดคือใบละ 500,000 ด่อง ทำให้การใช้จ่ายแต่ละครั้งอาจจะตกใจว่าจ่ายแพงมากเป็นหมื่นๆ แสนๆ ด่อง แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้แพงมากนักเมื่อเทียบกับการใช้จ่ายที่เมืองไทย หากไม่อยากแลกเงินดองไปมากๆ จากที่เมืองไทย อาจจะแลกไปจำนวนหนึ่ง และติดเงินไทยหรือเงินดอลล่าไป แล้วไปแลกที่เวียดนามเลยก็ได้ เนื่องจากร้านค้าใหญ่ๆ หรือแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆ บ้างร้านรับเงินดอลล่าหรือแม้แต่เงินไทย หรือไม่ก็สามารถนำเงินไทยไปแลกเป็นเงินด่องที่เวียดนามก็ได้ เนื่องจากที่เวียดนามมีร้านแลกเงินค่อนข้างเยอะ และให้ Rate ที่ค่อนข้างใช้ได้ทีเดียว
 
ระบบไฟฟ้า
เวียดนามใช้ระบบไฟฟ้า 220 โวลต์ แบบเดียวกับไทย ดังนั้นจึงสามารถนำอุปกรณ์ไฟฟ้าของไทยไปใช้ที่เวียดนามได้
 
ระบบโทรศัพท์
รหัสโทรศัพท์ของประเทศเวียดนามคือ +84 หากท่านต้องการโทรตรงระหว่างประเทศเวียดนาม ให้ตัด 00 + รหัสประเทศ + รหัสเมือง + หมายเลขโทรศัพท์ โดยท่านสามารถสอบถามเพิ่มเติมจากทางที่พักในเวียดนามของท่านได้

แพคเกจดานัง บานาฮิลล์ 3 วัน 2 คืน

 

ราคาเริ่มต้น 10,900 บาท/ท่าน

 

ช่วงเวลาจอง ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31ธันวาคม 2562

สามารถเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2563

 

 

อัตราค่าบริการรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดสายการบินบางกอกแอร์เวย์
  • ที่พัก 2 คืน พร้อมอาหารเช้า พักห้องละ 2 ท่าน
  • อาหารตามที่ระบุในรายการ  
  • ไกด์ท้องถิ่น ภาษาไทย

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าน้ำมันและค่าภาษีสนามบินโดยประมาร 3,500 บาท  
  • ประกันการเดินทาง
  • ค่าทิปไกด์และคนขับรถ 3 USD/pax/ day
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ   

หมายเหตุ

  • ราคานี้สำหรับเดินทาง 2 ท่านขึ้นไป
  • ควรสำรองแพ็กเกจก่อนการเดินทางอย่างน้อย 1520 วันทำการ
  • กรณีที่ออกแพ็กเกจแล้วไม่ได้เดินทางไม่สามารถนำมาแลกคืนเป็นเงินได้ และหลังจากชำระเงินแล้วไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสาร วันที่ในการเดินทางได้ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
  • ราคาแพ็กเกจนี้ไม่สามารถใช้ได้ในช่วงของเทศกาล งานแฟร์ งานแสดงสินค้าหรือวาระพิเศษต่างๆ ที่โรงแรมในประเทศนั้นๆ ได้กำหนดไว้  
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมและเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 
แบบฟอร์มการจอง
close
ส้มบิน
*ชื่อผู้จอง:
*เบอร์โทรศัพท์:
*อีเมลล์:
จำนวนผู้โดยสาร:
รายชื่อผู้โดยสาร:
ยังไม่มีรายชื่อผู้โดยสาร
ข้อมูลเพิ่มเติม:
หรือสอบถามเพิ่มเติม:
 
ยืนยันการจอง
close
ส้มบินขอขอบคุณคะ,
เราได้รับข้อมูลจากท่านแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะรีบติดต่อกลับเพื่อสอบถามความต้องการเพิ่มเติมจากท่านคะ.
Thank you,
Flying Orange Team.