ล่องเรือ Costa Magica เที่ยวสเปน ฝรั่งเศส อิตาลี่
Product Code: F-CT01/19
ล่องเรือ Costa Magica เที่ยวสเปน ฝรั่งเศส อิตาลี่ 7 วัน 4 คืน
ราคาเริ่มต้นที่(บาท)
48,900.00
*ราคาต่อท่าน
7 วัน 4 คืน
ช่วงเวลาจอง: ตั้งแต่วันนี้ – 15 มีนาคม 2563
ช่วงเวลาเดินทาง: 2 – 8 เมษายน 2563

 

Costa Magica Spain-France-Italy

 

 

ราคาเริ่มต้น ท่านละ 48,900 บาท

 

 

สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับแพ็กเกจล่องเรือสุดหรู ให้ท่านได้เดินทางในเส้นการท่องเที่ยวใหม่ๆ และรับการบริการสุดประทับใจจากเรือ Costa Magica

 

ราคานี้รวม

1. ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดในเส้นทาง BKK – BCN – BKK โดยสายการบินการ์ต้า หรือ ตามที่บริษัทกำหนด

2. ห้องพักบนเรือ ห้องพักคู่ รวม 4 คืน (พักสองท่านต่อห้อง)

3. อาหารทุกมื้อบนเรือ (ยกเว้นห้องอาหารพิเศษ)

4. รวมภาษีท่าเรือ และ ประกันภัยบนเรือ

ราคานี้ไม่รวม

1. ค่าทิปบนเรือ ผู้ใหญ่ ท่านละ EUR 40.00 / เด็กอายุ 12 – 04 ปี EUR 20.00 / เด็กอายุน้อยกว่า 4 ปี ฟรี  *ชำระบนเรือ*

2. ค่าเครื่องดื่ม, ค่าวีซ่า , ค่าทัวร์บนฝั่ง, ค่าใช้จ่ายส่วนตัว

3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

 

Costa Magica Spain-France-Italy

 

 

ราคาเริ่มต้น ท่านละ 48,900 บาท

 

วันเดินทาง

ท่าเรือ

เวลาถึง

เวลาออก

D1 – 02APR

Bangkok – Doha by QR833 [20.40 – 23.50]

D2 – 03APR

Doha – Barcelona by QR137 [01.40 – 07.35]

Barcelona (Spain)

Embark 19:00

D3 – 04APR

Marseilles (France)

09:00

17:00

D4 – 05APR

Savona (Italy)

09:00

17:00

D5 – 06APR

Cruising

-

-

D6 – 07APR

Barcelona (Spain)

08:00 Disembark

Barcelona – Doha by QR142  [22.25  05.30+1]

D7 – 08APR

Doha – Bangkok by QR838 [08.50 – 19.20]

Costa Megica Cruise Costa Megica Cruise
สถานที่ตั้ง: Spain / Barcelona

The Costa Magica

 

Comfortable cabins and suites aboard the Costa Magica are decorated in warm colors and offer great amenities. In fact, 464 staterooms offer private balconies. Imagine standing on the balcony of your suite sipping champagne as you pull into a magnificent locale.

 

If you love original art, you’re in for a real treat. 5,500 works of art — including pieces from prestigious Brera Academy — graces the halls of the Costa Magica. If you’re more into the performing arts, a three-story theater hosts Vegas-style entertainment.

 

Dine at your choice of four restaurants and celebrate your good fortune at 11 bars aboard the Costa Magica. The Cognac & Cigar Bar is perfect for kicking back and planning your next adventure, and the Club Restaurant serves up perfectly made meals and exquisite cuisine.

 

The wellness center offers a gym, spa treatment rooms, sauna, and even a Turkish bath. Plus, there are four pools and a waterslide, five hot tubs, and an outdoor jogging track when you have energy to burn.


Spain
ข้อมูลทั่วไป
          สเปนเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ในยุโรป มีเมืองหลวงชื่อมาดริด (Madrid) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป สเปนมีชื่อเสียงมากในเรื่องศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง นอกจากนั้นยังมีชายหาดและหมู่เกาะที่อยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Sea) ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปพักร้อน เนื่องจากมีชายหาดที่สวยงามและอากาศอบอุ่น
 
สภาพอากาศ
          สเปนมีลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบเขตอบอุ่น แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูงๆ ต่ำๆ ทำให้มีลักษณะภูมิอากาศของภูมิภาคต่างๆ ที่แตกต่างกัน เช่น ภาคเหนือ มีสภาพอากาศแบบริมฝั่งทะเล ในหน้าหนาวอากาศจะไม่หนาวจัด และหน้าร้อนจะเย็นสบาย แต่ก็เป็นภาคที่มีฝนตกชุกรวมทั้งมีความชื้นสูงด้วย สำหรับภาคกลาง และ ภาคใต้ จะมีอากาศแห้ง และฝนตกน้อย ในช่วงหน้าร้อนอากาศจะร้อนจัด แต่ในหน้าหนาวก็ไม่หนาวจัดเช่นกัน
 
สถานที่ท่องเที่ยว
1. มาดริด (Madrid)
เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสเปน มาดริดเป็นหนึ่งในห้าเมืองที่ลงแข่งขันการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2012 ซึ่งแพ้ให้กับกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
 
2. บาร์เซโลนา (Barcelona)
เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสเปน ทั้งในด้านขนาดและประชากร บาร์เซโลนาเป็นเมืองท่าสำคัญ และเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นอาณานิคมของโรมันมาก่อน เคยถูกยึดครองโดยชาติต่าง ๆ หลายครั้ง บาร์เซโลนาเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวยามราตรีที่รื่นเริงสนุกสนาน บาร์เซโลนามีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่สำคัญมากมาย อาคารแบบอาร์ตนูโว (Art Nouveau) ที่ดูแปลกประหลาดออกแบบโดยสถาปนิกชาวสเปนชื่ออันโตเนียว เกาดี (Antonio Gaudi) นับเป็นจุดดึงดูดด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ
 
3. ปูเอร์ต้า เดล โซล
ลานรูปไข่ ที่ตั้งอยู่และรายล้อมไปด้วยอาคารสีครีมแบบศตวรรษที่ 18 มีรูปปั้นหมีตั้งอยู่ตรงใจกลาง เป็นจุดที่มีลักษณะเด่น และผู้คนมักจะนัดพบกันมากที่สุด

4. ปาลาซิโอ เรอัล
พระราชวังหลวงเก่าของมาดริด ที่พระเจ้าเฟลิเป้ที่ 5 แห่ง ราชวงศ์บูร์บง สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1735 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 25 ปี ภายในวังตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ทั่วทั้งวังประดับประดาไปด้วยงานศิลปะล้ำค่ามากมาย

5. ปลาซ่า มายอร์ (PLAZA MAYOR)
จัตุรัสหินซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมืองตั้งอยู่ในย่านเก่าแก่ในกรุงมาดริด ในอดีตเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา เช่น พิธีราชาภิเษก และสนามสู้วัวกระทิง ปัจจุบันนี้ยังเป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ยังคงมีบรรยากาศสมัยศตวรรษที่ 17 ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อยู่ รอบๆ บริเวณจะมีร้านกาแฟตั้งอยู่มากมาย สามารถเลือกใช้บริการได้ตามอัธยาศัย

6. สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด
ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่มาอย่างยาวนานเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวมาดริด ถ้าเป็นคนรักการแข่งขันฟุตบอล ย่อมไม่มีใครที่ไม่รู้จักสโมสรฟุตบอลแห่งนี้

7. วังเอล เอสโกเรียล
ซึ่งเป็นวังหลวงที่พระเจ้าเฟลิปเป้ที่ 2 สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1563 และเสร็จในปี 1584 รวมระยะเวลาการสร้างนานถึง 21 ปี มีขนาดใหญ่โตและเป็นศิลปะการนำเอาวัด วัง และโบสถ์ผสมผสานประยุกต์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว วังนี้มีประตูถึง 1,200 บาน และหน้าต่าง 2,673 บาน สิ่งที่น่าสนใจในวังนี้คือห้องสมุด ซึ่งว่ากันว่าใหญ่เป็นอันดับสองรองจากห้องสมุดของวาติกัน และเป็นแหล่งสะสมงานเขียนในภาษาอาหรับมากที่สุดในโลก

8. ปราสาทอัลกาซาร์
(คำว่าอัลกาซาร์) ในภาษาอาระบิคแปลว่าปราสาท หลายคนเรียกปราสาทแห่งนี้ว่าปราสาทแห่งเทพนิยาย เพราะความสวยสง่างามที่มองเห็นได้จากภายนอก ตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูงชันที่ที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 13 แล้วได้รับการต่อเติมในศตวรรษที่ 15 และ 16 มีลักษณะเหมาะแก่การตั้งรับข้าศึกในอดีต เพราะมีทั้งช่องใบเสมาขนาดใหญ่ ใช้สำหรับติดตั้งอาวุธยิงได้ และมีช่องสำหรับเทน้ำเดือดเพื่อทำลายกองทัพข้าศึกที่เข้าประชิดกำแพงเมือง ภายในปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับแสดงของมีค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งหลาย ห้องใต้หลังคาเป็นที่แสดงแสนยานุภาพของอาวุธในสมัยกลาง รวมถึงเครื่องมืเครื่องใช้ในอดีต และในปี ค.ศ. 1975 ยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เซโกเบียเป็นมรดกโลกทางศิลปะวัฒนธรรม

9. จัตุรัสเรดอนด้า
ซึ่งเป็นตลาดในร่มรูปวงกลมมีร้านค้าแผงขายของจำพวกอุปกรณ์เย็บปักถักร้อย เสื้อผ้าและงานฝีมือ

10. มหาวิหารซากราด้า ฟามิเลียร์
สัญลักษณ์ของเมืองอันโด่งดัง สร้างขึ้นในปี 1882 ในแบบนีโอ โกธิค โดยมีฟรานเชส บิลาร์เป็นผู้ควบคุมงานสร้าง ในปี 1891 อันโตนี่ เกาดี้ รับช่วงต่อแทนและออกแบบงานชิ้นใหญ่ที่มีความสูงถึง 150 เมตร จนเกาดี้เสียชีวิตในปี 1926 จนบัดนี้งานชิ้นนี้ก็ยังสร้างไม่เสร็จ

11. สนามกีฬาคัมป์ นู
สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีความจุมากกว่า 90,000 ที่นั่ง มีฉายาว่า ชามอ่างยักษ์ เป็นสนามเหย้าของ ทีมฟุตบอลสโมสรบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นทีมที่มีเกียรติประวัติต่างๆ มากมาย และเป็นความภาคภูมิใจของชาวคาตาลุนญ่า สนามแห่งนี้เป็นสปอร์ตคอม เพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่มีทีมกีฬาในสังกัดสโมสรบาร์เซโลน่าอยู่หลายขนิด แต่ ที่โด่งดังที่สุดคือทีมฟุตบอลบาร์เซโลน่า
 
ภาษาราชการ
สเปนมีภาษาที่ใช้ภายในประเทศหลายภาษา โดยมีภาษาราชการคือภาษาสเปน และภาษาท้องถิ่นที่ใช้เฉพาะในบางพื้นที่อีกหลายภาษา เช่น Catalan, Basque, Galician เป็นต้น การไปท่องเที่ยวที่สเปนนั้นอาจจะมีปัญหาในเรื่องภาษาบ้าง เนื่องจากคนสเปนนั้นไม่ได้พูดภาษาอังกฤษได้ทุกคน ทำให้การสื่อสารอาจมีปัญหาได้ในบางครั้ง
 
เวลา
สเปนใช้เวลา GMT+1 เป็นเวลามาตรฐานและ GMT+2 ในช่วงฤดูร้อน ทำให้เวลาของสเปนช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมงในเวลามาตรฐานและ 5 ชั่วโมงในฤดูร้อน ในช่วงหน้าร้อนนั้นกลางวันจะยาว พระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ก่อน 6 โมง และตกประมาณ 2 ทุ่ม ส่วนในหน้าหนาวนั้นพระอาทิตย์ขึ้นหลัง 6 โมงเช้าและตกประมาณ 6 โมงเย็น
 
สกุลเงิน
ประเทศสเปนเป็นส่วนหนึ่งของ Euro Zone (ซึ่งประกอบด้วยประเทศสเปน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, โปรตุเกส, อิตาลี, กรีซ, เบลเยี่ยม, ลักเซมเบิร์ก, ฮอลแลนด์, ออสเตรีย และฟินด์แลนด์) จะใช้เงินสกุลเดียวกันนั่นคือ ยูโร (Euro)
 
ระบบไฟฟ้า
ประเทศสเปนใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลต์
 
ระบบโทรศัพท์
รหัสโทรศัพท์ของประเทศสเปนคือ +34 และท่านสามารถเปิด Roaming ได้ แต่จะต้องไปติดต่อกับทางเครือข่ายของท่านก่อน

France
ข้อมูลทั่วไป
          เป็นประเทศที่มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก ทั้งยังประกอบไปด้วยเกาะและดินแดนอื่น ๆ ในต่างทวีป ประเทศฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่ทอดตัวตั้งแต่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจนถึงช่องแคบอังกฤษและทะเลเหนือ และจากแม่น้ำไรน์จนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก ชาวฝรั่งเศสมักเรียกแผ่นดินใหญ่ว่า หกเหลี่ยม (L'Hexagone) เนื่องจากรูปทรงทางกายภาพของประเทศ ประเทศฝรั่งเศสปกครองด้วยระบอบกึ่งประธานาธิบดี โดยยึดอุดมการณ์จากปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของมนุษย์และของพลเมือง
          ประเทศฝรั่งเศสมีพรมแดนติดกับประเทศเบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี โมนาโก อันดอร์ราและสเปน และเนื่องจากประเทศฝรั่งเศสมีดินแดนโพ้นทะเลไว้ในครอบครอง ทำให้มีอาณาเขตติดกับประเทศบราซิลและซูรินาเม (ติดกับเฟรนช์เกียนา) และเนเธอร์แลนด์แอนทิลลิส (ติดกับแซ็ง-มาร์แต็ง) อีกด้วย นอกจากนั้นประเทศฝรั่งเศสยังเชื่อมกับสหราชอาณาจักรทางอุโมงค์ช่องแคบอังกฤษอีกด้วย
 
สภาพอากาศ
          ในฝรั่งเศสนับเป็นข้อได้เปรียบประการหนึ่งทางด้านการท่องเที่ยวโดยทั่วไปสามารถแบ่งเขตอากาศในฝรั่งเศส ออกเป็น 4 เขตใหญ่ๆคือ
1. เขตอากาศแบบมหาสมุทรทางภาคตะวันตกของประเทศ ได้แก่ พื้นที่ Bayonne - Lille ซึ่งมีความชื้นสูง เย็นสบายในช่วงฤดูร้อน
2. เขตอากาศแบบกึ่งแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ พื้นที่ Alsace Lorraine พื้นที่ตามแนวแม่น้ำ Rhône และพื้นที่ภูเขา(Alpes - Pyrenees - Massif Central) ซึ่งหนาวเย็นมากในฤดูหนาว และค่อนข้างร้อนในฤดูร้อน
3. เขตอากาศแบบปานกลางซึ่งหนาวเย็นในฤดูหนาวและอบอุ่นใน ฤดูร้อน ได้แก่ ภาคเหนือของประเทศ พื้นที่ปารีสและปริมณฑล และในเขตตอนกลางประเทศ
4. เขตอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งไม่หนาวมากนักในฤดูหนาว แต่ร้อนมากในฤดูร้อน
 
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1. หอไอเฟล (La Tour Eiffel)
หอไอเฟล เปรียบเสมือนสัญญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์ และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ก่อสร้างขึ้นโดย นาย Gustave Eiffel ในปี ค.ศ. 1889 ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลายล้านคน เข้าไปเยี่ยมชม La Tour Eiffel และตั้งแต่ก่อสร้างมา มีผู้ไปเยี่ยมชมแล้วมากกว่า 220 ล้านคน หากคุณมีโอกาสได้ไป เที่ยวฝรั่งเศส และกรุงปารีส หอไอเฟลควรจะเป็นสถานที่แรก ที่ควรจะเดินทางไป
 
2. ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe)
หนึ่งในอนุสรณ์สถานที่โด่งดังที่สุดในกรุงปารีส เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1810 หลังจากจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ได้รับชัยชนะในยุทธการเอาสเตอร์ลิทซ์ จุดประสงค์เพื่อเป็นการสดุดีวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน และในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามอีกด้วย ประตูชัยมีขนาดใหญ่มาก มองเห็นได้จากในระยะไกล มีความสูง 49.5 เมตร กว้าง 45 เมตร และลึก 22 เมตร เป็นประตูชัยที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก หากคุณได้ไปเดินช็อปปิ้ง บนถนนช็องเซลิเซ คงไม่พลาดที่จะไปถ่ายรูปคู่กับ ประตูชัย หรือขึ้นไปถ่ายรูปมุมสูงของถนนช็องเซลิเซอย่างแน่นอน
 
3. ชาโต เดอ แวร์ซายส์ (Chateau de Versailles)
พระราชวังแวร์ซายส์ เป็นพระราชวังหลวงแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซายส์ ห่างจากปารีสประมาณ 20 ก.ม. เป็นพระราชวังที่มีความยิ่งใหญ่และงดงามที่หนึ่งของโลก โดยถูกจัดให้เป็น หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วย เดิมเป็นปราสาทขนาดเล็ก แต่เมื่อ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ขึ้นครองบัลลังก์ มีประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองของพระองค์ จึงเริ่มปรับปรุงพระตำหนักเดิมในปี พ.ศ. 2204 และใช้เวลาอยู่ถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2231 ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว เป็นแบบอย่างศิลปกรรมที่งดงามมาก ภาย ในแบ่งออกเป็นห้องๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ ฯลฯ ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง
 
4. แม่น้ำแซน (Seine)
รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นแม่น้ำแห่งชาติฝรั่งเศส เป็นเอกลักษณ์ที่แสดงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของชาวฝรั่งเศส นักท่องเที่ยวนิยมไปลงเรือล่องแม่น้ำเซน กันที่บริเวณท่าเรือด้านหน้าหอไอเฟล เพื่อชมสถาปัตยกรรม และเมืองปารีส ที่อยู่ตามสองฝั่งแม่น้ำ เช่น พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์, Place de la Concorde, มหาวิหารน็อทร์-ดาม, พระราชวังใหญ่ Grand Palais ฯลฯ
 
5. อาเวอนูว์เดช็องเซลีเซ (Avenue des Champs-Élysées) 
เป็นถนนในเขตที่ 8 ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นย่านการค้าที่ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา ซึ่งถือว่าเป็นย่านช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในปารีส สองข้างทางมีต้นเชสต์นัตที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม
 
ภาษาราชการ
ภาษาฝรั่งเศส (Francais)
 
เวลา
มี.ค.- ต.ค. เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง
พ.ย.- ก.พ. เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง
 
สกุลเงิน
ฝรั่งเศสในปัจจุบัน ใช้ธนบัตรและเหรียญเงินสกุลยูโร(EUR)
 
ระบบไฟฟ้า
ฝรั่งเศสใช้ระบบไฟฟ้าเหมือนประเทศไทยคือเป็นแบบ 220 โวลต์ บางที่ก็เป็นปลั๊กสองตา บางที่ก็เป็นปลั๊กชนิดสามขา เพราะฉะนั้น จำเป็นต้องเตรียมปลั๊กเสียบ หรือ Adapter มาจากเมืองไทย จะได้สามารถใช้ปลั๊กได้ทั้ง 2 แบบ
 
ระบบโทรศัพท์
การโทรศัพท์จากประเทศไทยไปฝรั่งเศส หมุนหมายเลข 001-33- หมายเลขปลายทางในฝรั่งเศส 9 หลัก   โทรศัพท์ภายในฝรั่งเศส ใช้หมายเลข 10 ตัว ทั้งประเภทโทรศัพท์ประจำที่และโทรศัพท์เคลื่อนที่โทรศัพท์ออกไปต่างประเทศจากฝรั่งเศส 00 + รหัสประเทศ + รหัสพื้นที่ + หมายเลขโทรศัพท์ หากต้องการต่อผ่าน Operator ให้ต่อไปที่ 00 + 33 + รหัสประเทศ
โทรศัพท์สาธารณะ สามารถใช้ได้กับทั้งบัตรโทรศัพท์และบัตรธนาคาร บัตรโทรศัพท์สามารถหาซื้อได้ตามไปรษณีย์ และ Bar Tabac ซึ่งสามารถใช้โทรภายในและระหว่างประเทศ โดยมี 2 ชนิด คือแบบ 50 ยูนิต (7.41 ยูโร) และแบบ 120 ยูนิต (14.74 ยูโร)
บนรถไฟ TGV และ Eurostar trains คุณสามารถใช้บัตร VISA & MASTERCARD / EUROCARD เท่านั้น ในการใช้โทรศัพท์

Italy
ข้อมูลทั่วไป
          มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐอิตาลี (อังกฤษ: Italian Republic; อิตาลี: Repubblica italiana) เป็นประเทศในทวีปยุโรป บริเวณยุโรปใต้ ตั้งอยู่ในคาบสมุทรอิตาลีที่มีรูปทรงคล้ายรองเท้าบูต และมีเกาะ 2 เกาะใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลีและเกาะซาร์ดิเนีย และพรมแดนตอนเหนือแบ่งประเทศโดยเทือกเขาแอลป์ กับประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และสโลวีเนีย ประเทศอิตาลีเป็นประเทศสมาชิกก่อตั้งของสหภาพยุโรป เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ นาโต และกลุ่มจี 8 มีประเทศอิสระ 2 ประเทศ คือ ซานมารีโนและนครรัฐวาติกัน เป็นดินแดนที่ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่ของอิตาลี ในขณะที่เมืองกัมปีโอเนดีตาเลีย เป็นดินแดนส่วนแยกของอิตาลีที่ถูกล้อมรอบด้วยพื้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
 
สภาพอากาศ
          ประเทศอิตาลีมีลักษณะอากาศหลากหลายแบบ และอาจมีความแตกต่างจากภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนตามลักษณะพื้นที่ตั้ง พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ เช่นเมืองตูริน มิลาน และโบโลญญา มีลักษณะแบบอากาศภาคพื้นทวีปที่ค่อนข้างร้อนชึ้น (การแบ่งลักษณะภูมิอากาศแบบเคิปเปน: Cfa) พื้นที่ชายฝั่งติดกับทะเลของแคว้นลิกูเรียและส่วนใหญ่ของคาบสมุทรที่อยู่ใต้ลงไปจากฟลอเรนซ์เป็นภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน (การแบ่งลักษณะภูมิอากาศแบบเคิปเปน: Csa) คือมีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี โดยมีลมจากแอฟริกาพัดเอาความร้อนและความชี้นเข้ามา พื้นที่ชายฝั่งของคาบสมุทรอิตาลีสามารถมีความแตกต่างกันได้มากจากระดับความสูงของภูเขาและหุบเขา โดยเฉพาะเมื่อถึงฤดูหนาวในที่สูงก็จะมีอากาศหนาว ชื้น และมักจะมีหิมะตก ภูมิภาคริมทะเลมีอากาศไม่รุนแรงในฤดูหนาว อากาศอุ่นและมักจะแห้งในฤดูร้อน และพื้นที่ต่ำกลางหุบเขามีอากาศค่อนข้างร้อนในฤดูร้อน
          ประเทศอิตาลีมีฤดู 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง โดยฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิอยู่ในช่วง 0 °C (32 °F) บนเทือกเขาแอลป์ ถึง 12 °C (54 °F) บนเกาะซิซิลี และในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 20 °C (68 °F) ถึง 30 °C (86 °F) และอาจสูงกว่านี้ได้ในบางช่วง
 
สถานที่ท่องเที่ยว
1. เวนิส(Venice)
เวนิส เป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี มีประชากร 271,663 คน เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน และ เมืองแห่งแสงสว่างเมืองเวนิส ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ทะเลสาบน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำพลาวิ มีผู้อยู่อาศัยโดยประมาณ 272,000 คน ซึ่งนับรวมหมดทั้งเวนิส โดยมี 62,000 คนในบริเวณเมืองเก่า 176,000 คนในเทอร์ราเฟอร์มา) และ 31,000 คนในเกาะอื่นๆ ในทะเลสาบ

2. โคลอสเซียม(Colloseum)
เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้น ในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแห่งอาณาจักรโรมันและสร้างเสร็จ ในสมัยของจักรพรรดิติตัสในคริสตศตวรรษที่1 หรือประมาณปี ค.ศ.80อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527เมตร สูง 57เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คนมีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรีเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬาและมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบันในบางครั้งจะมีการเรียกชื่อโคลิเซียม (Coliseum)7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 โคลอสเซียมได้รับเลือกให้เป็น1ในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

3. พระราชวังวาติกัน(Vatican Palace)
ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นศูนย์กลางการปกครองของศาสนาคริสต์เเละยังเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสันตปาปาประมุขฝ่ายศาสนาคริสต์ เป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลกใช้ประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาต่างๆเป็นงานสถาปัตยกรรมที่งดงามลวดลายวิจิตรด้วยฝีมือศิลปินชาวอิตาลีหลายคนหลายยุคสมัยกว้าง 289 ฟุต ยาว 486 ฟุต สูง  354 ฟุต มียอดปราสาทมากถึง 135 ยอด เเละห้องต่างๆมากถึงสี่พันห้องนับเป็นงานก่อสร้างที่งดงามเเละมหัศจรรย์อีกเเห่งหนึ่งของโลก ภายในจะมีจุดสนใจของผู้ที่มาท่องเที่ยวก็คือ  รูปภาพ ปิเอต้า(Pieta) สร้างสรรค์โดย ไมเคิลแองเจโล่ เป็นศิลปะ สมัยยุดเรนาชองต์ ประดิษฐาน ขึ้นที่ มหาวิหารวิหารเซ็นต์ ปีเตอร์ในศตวรรษที่ 18 โดยเป็นภาพของพระแม่มารีย์ ทรงโอบอุ้มพระเยซูก่อนที่ท่านจะสิ้นใจนอกจากนั้นยังมีศิลปะหลายแขนง ให้เลือกชม มากมาย

4. บันไดสเปน (Piazza di spagna )
หนึ่งในจุดที่สวยในกรุงโรมบ่ายๆ ผู้คนจะมานั่งพักผ่อนพบปะกันเต็ม ย่านชอปปิ้งที่หรูหราที่สุดของเมือง มีซอยเล็ก ซอยน้อย ที่ท่านจะได้เดินเที่ยวชมและช้อปปิ้งเพลิดเพลิน

5. น้ำพุเทรวี่ (Trevi fountain)
เป็นน้ำพุที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ชื่อ “เทรวี่” นั้นมาจากคำว่า“ตรีวิอุม” หมายถึงพบกันของถนนสามสาย เป็นอนุสรณ์สไตล์บารอค ออกแบบและก่อสร้างโดย นิโคลา ซาลวี่ ซึ่งองค์สมเด็จสันตะปาปา ครีเมนต์ที่ 12ได้มอบหมายให้สร้างขึ้นในปี 1732 การก่อสร้างดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งภายหลังการสิ้นพระชนม์สมเด็จสันตะปาปาที่ เออร์บัน ที่ 8ได้หยุดชะงักลง และดำเนินการสร้างต่อมาจนแล้วเสร็จในปี 1762 รวม ใช้เวลาทั้งสิ้น 30ปี ทางระบายน้ำ เวอร์โก้ บริเวณลานด้านหน้านั้นก่อสร้างมากว่า 2000ปี ครั้งสมัยโรมโบราณซึ่งปกครองโดยจักรพรรดิออกัสตัส ซึ่ง ตรงเวลา 19 ปี ก่อนคริสตศักราช รูปปั้นแกะสลักที่เลิศหรูอลังการที่อวดโฉมให้ผู้ไปเยือนได้ยลนั้นได้แนวคิดจากความยิ่งใหญ่ของเทพเจ้าเนปจูน “เทพแห่งท้องทะเล”ว่ากันว่า หากใครที่ได้โยนเหรียญลงไปในน้ำ เขาหรือเธอผู้นั้นจะได้กลับมาเยือนอีกในสักวัน

6. วิหารดูโอโม่ (Duomo Cathedral)
ตั้งอยู่ที่จตุรัสกลางเมืองมิลานโบสถ์แห่งนี้เป็นศิลปะสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ยิ่งใหญ่สวยงามที่สุดในอิตาลีและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยที่ไม่นับวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ความยาว ประมาณ 157 เมตร สามารถจุคนได้ประมาณ ถึง 40,000 คนซึ่งใช้ระยะเวลาการก่อสร้างยาวนานกว่า 500 ปี ( ค.ศ.1386 – 188)เป็นสิ่งก่อสร้างในยุคอาณาจักรโรมันรุ่งเรือง

7. ฟลอเรนซ์ (Florence)
ฟีเรนเซ หรือ ฟลอเรนซ์ เป็นเมืองหลวงของแคว้นตอสกานาและจังหวัดฟีเรนเซ ใน ประเทศอิตาลีระหว่าง ค.ศ. 1865 ถึง ค.ศ. 1870 ฟีเรนเซก็เป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรอิตาลี ฟีเรนเซตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน มีประชากรประมาณ 400,000 คนและอีก 200,000 คนในบริเวณปริมณฑล ฟีเรนเซในยุคกลางเป็นศูนย์กลางทางการค้าและทางการเงิน และถือกันว่าเป็นที่เกิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ตระกูลที่มีอำนาจการปกครองฟีเรนเซเป็นเวลานานคือตระกูลเมดิชิ นอกจากนั้นฟีเรนเซก็ยังมีชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ในยุคกลางฟีเรนเซเป็นที่รู้จักกันในนามว่าเอเธนส์ใจกลางเมืองเก่าของฟีเรนเซได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1982 (พ.ศ. 2525)

8. หอเอนปิซา (Pisa Leaning Tower)
หอเอนปิซา ตั้งอยู่ที่เมืองปิชา ประเทศอิตาลี ซึ่งสร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้น โดยเริ่มสร้างเมื่อ ค.ศ. 1174 เสร็จเมื่อปี ค.ศ.1350 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 176 ปีสำหรับหอเอนปิชานี้ ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคที่สลักลวดลายไว้สวยงามมาก ส่วนสาเหตุที่เอียงนั้นเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสร้างเสร้จแล้ว ฐานได้ทรุดไปข้างหนึ่ง เมื่อวัดดูปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 14 ฟุต แต่ก็ยังไม่ล้ม ยังคงเอียงอยู่เช่นทุกวันนี้ ณ ที่หอเอนปิซาแห่งนี้เป็นที่ที่กาลิเลโอขึ้นไปทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลก หอเอนปิซา The Leaning Tower of Pisa เป็นหอระฆังที่มีลักษณะเอียงเหมือนกับจะโค่นล้มภูเขาไฟวีสุเวียส ปอมเปอีตั้งอยู่ในประเทศอิตาลี ใกล้กับเมืองนาโปลี(เนเปิลส์) เหนืออ่าวเนเปิลส์ เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับเพียงแห่งเดียวในทวีปยุโรปแผ่นดินใหญ่ มีความสูง 1,281 เมตรปากปล่องมีเส้นรอบวง 1,400 เมตร ลึก 216 เมตร การระเบิดครั้งสำคัญที่สุดเกิดขึ้นในวันที่ 24 สิงหาคม ปี พ.ศ. 622 (ค.ศ. 79)เถ้าถ่านได้ทับถมเมืองปอมเปอีทั้งเมืองแต่การระเบิดครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2487 (ค.ศ. 1944)เปิดให้เที่ยวชม ศึกษาซากฟอสซิลของมนุษย์ได้ที่นี่
 
ภาษาราชการ
ภาษาทางการของประเทศอิตาลี คือ ภาษาอิตาเลียน ส่วนภาษาที่ใช้รองลงมา คือ ภาษาเยอรมัน ซึ่งจะใช้กันมากในแคว้น Trentino-Alto Adige ที่ติดกับประเทศออสเตรีย นอกจากนี้ ชาวอิตาเลียนยังสามารถพูดภาษาฝรั่งเศส กันได้บริเวณแคว้น Valle d’Aosta อีกด้วย
 
เวลา
ในฤดูร้อน เวลาของประเทศอิตาลีจะช้ากว่าบ้านเรา 5 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นฤดูหนาว จะช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 6 ชั่วโมง
 
สกุลเงิน
อิตาลีใช้เงินสกุลยูโร (EURO) บัตรเครดิตที่ท่านสามารถนำไปจับจ่ายใช้สอยในประเทศอิตาลีได้ ได้แก่ Master Card, Visa Card, American Express, Diner Club เป็นต้น 
 
ระบบไฟฟ้า
อิตาลีใช้ระบบไฟฟ้าเหมือนประเทศไทยคือแบบ 220 โวลต์ บางที่จะเป็นปลั๊ก 2 ตา บางที่ก็อาจเป็นปลั๊กชนิด 3 ขา ถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าของท่านมีปลั๊กไม่ตรงกับของทางที่พักในอิตาลีของท่าน สามารถไปขอปลั๊กต่อจากทางโรงแรมได้ค่ะ (Adapter) 
 
ระบบโทรศัพท์
รหัสโทรศัพท์ของประเทศอิตาลี คือ +39 ที่นั่นจะมีโทรศัพท์ทางไกลสาธารณะทั้งแบบหยอดเหรียญ และแบบการ์ดโฟน สำหรับแบบการ์ดโฟน ท่านสามารถหาซื้อได้ทั่วไปในราคาอย่างต่ำ 3 EURO ส่วนแบบหยอดเหรียญในกรุงโรม ปัจจุบันหาไม่ค่อยได้หรืออีกวิธีหนึ่ง คือการเปิด Roaming แต่ก่อนเปิดจะต้องไปแจ้งทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ของท่านก่อน โทรศัพท์สาธารณะต้องซื้อการ์ดโทรศัพท์ซึ่งมีขายทั่วไปในราคาอย่างต่ำ 3 ยูโร โดยหักมุมบัตร แล้วใส่ในช่องใส่บัตร จึงจะใช้โทรศัพท์ได้ 

Costa Magica Spain-France-Italy

 

 

ราคาเริ่มต้น ท่านละ 48,900 บาท

 

ประเภทห้องพักบนเรือ // ราคาห้องพักบนเรือ ต่อท่าน (บาท)

Sailing : 2563

Classic

Premium

3rd & 4th (ผู้ใหญ่)

เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ***

พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน

Inside

ห้องด้านใน

Outside

ห้องมีหน้าต่าง

Balcony

ห้องมีระเบียง

Inside

ห้องด้านใน

Outside

ห้องมีหน้าต่าง

Balcony

ห้องมีระเบียง

02 – 08 เม.ย. 63

48,900

52,900

55,900

50,900

53,900

57,900

45,000

41,000

หมายเหตุ : เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี *** (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)  เด็กราคา 37,000 บาท

ราคานี้รวม

  1. ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดในเส้นทาง BKK – BCN – BKK โดยสายการบินการ์ต้า หรือ ตามที่บริษัทกำหนด
  2. ห้องพักบนเรือ ห้องพักคู่ รวม 4 คืน (พักสองท่านต่อห้อง)
  3. อาหารทุกมื้อบนเรือ (ยกเว้นห้องอาหารพิเศษ)
  4. รวมภาษีท่าเรือ และ ประกันภัยบนเรือ

ราคานี้ไม่รวม

  • ค่าทิปบนเรือ ผู้ใหญ่ ท่านละ EUR 40.00 /

เด็กอายุ 12 – 04 ปี EUR 20.00 /

เด็กอายุน้อยกว่า 4 ปี ฟรี  *ชำระบนเรือ*

  • ค่าเครื่องดื่ม, ค่าวีซ่า , ค่าทัวร์บนฝั่ง, ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

 

แบบฟอร์มการจอง
close
ส้มบิน
*ชื่อผู้จอง:
*เบอร์โทรศัพท์:
*อีเมลล์:
จำนวนผู้โดยสาร:
รายชื่อผู้โดยสาร:
ยังไม่มีรายชื่อผู้โดยสาร
ข้อมูลเพิ่มเติม:
หรือสอบถามเพิ่มเติม:
 
ยืนยันการจอง
close
ส้มบินขอขอบคุณคะ,
เราได้รับข้อมูลจากท่านแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะรีบติดต่อกลับเพื่อสอบถามความต้องการเพิ่มเติมจากท่านคะ.
Thank you,
Flying Orange Team.